ตั้งกระทู้ใหม่

10 ข้อคิดที่ผมได้จากการเรียนที่ PIM


ลบ แก้ไข

10 ข้อคิดที่ผมได้จากการเรียนที่ PIM

หนึ่งในหลายร้อยความรู้สึกที่อยากตะโกนบอกบ้านหลังใหญ่แห่งนี้...ของครอบครัว PIM  จาก Facebook นายวงศธร แก้วทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ ชั้นปีที่ 4 สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์  
" ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับพี่ๆบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในปีการศึกษานี้ด้วยครับ   ส่วนตัวผมก็ใกล้จะจบแล้วเหมือนกัน จึงอยากจะฝากข้อคิดที่ผมได้เรียนรู้จากรั้ว PIM ของเรามาแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ เป็นข้อคิดดีดีไว้ปรับใช้ในชีวิต และน้องๆ ที่สนใจจะเข้ามาศึกษาต่อที่นี่ไว้เป็นแนวทางและประกอบการตัดสินใจนะครับ  10 ข้อคิดที่ผมได้จากการเรียนที่ PIM  

1. Time (รู้คุณค่าของเวลา) 
เวลาในที่แห่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ หากคุณไม่ใส่ใจที่จะรีบใช้มัน คุณอาจไม่มีมันให้ใช้อีกเลย จะว่าไปเวลาสำหรับผมถือเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่ามากที่สุด...ในรั้ว PIM คุณจะพบว่า เวลานั่นหาได้ยากยิ่ง ด้วยความที่เป็น Corporate University ที่เน้นไปทาง Work-based Education(นักศึกษาจะได้รับความรู้เชิงวิชาการจากอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญและได้รับ ประสบการณ์การทำงานโดยตรงจากบริษัทในช่วงการฝึกงานทุกปี) เวลาที่มีนอกเหนือจากการเรียนจึงถูกเติมเต็มด้วยการทำงาน   ผมอยู่ที่นี่มาสี่ปี...ผมลืมไปแล้วว่าการปิดเทอมมันรู้สึกยังไง  ผมอยู่ที่นี่มาสี่ปี...ทุกวันคือ วันที่คุณต้องพร้อมที่จะเรียนรู้...7 วันในตารางเรียนของผมคือ จันทร์-อังคาร-พุธ-พฤหัส-ศุกร์-จันทร์-อังคาร...คุณจะพบว่า เสาร์และอาทิตย์ได้หายไป  ผมอยู่ที่นี่มาสี่ปี...เพื่อนเก่าที่คุณสนิทก็อาจลืมคุณได้ เพราะเวลาว่างไม่เคยจะตรงกับที่อื่นจริงๆ อย่าหวังว่าจะได้ไปมีตติ้งกับกลุ่มเพื่อนเลิฟในวันหยุดวีคเอ็น หากคุณเป็นคนที่ว่างมาก ไม่รู้จะทำอะไรอีกแล้วชีวิตนี้นอกจากการนั่งๆนอนๆปัดนิ้วขึ้นๆลงๆอยู่บนหน้าจอสมาร์ทโฟนเพื่อ ”ฆ่า” เวลา ผมขอแนะนำให้คุณมาเรียนที่นี่ แล้วคุณจะรู้ถึงคุณค่าของเวลา...ผมท้าเลย เวลาเป็นทรัพยากรเพียงสิ่งเดียวที่ใช้แล้วหมดไป ต่อให้มีเงินเป็นหมื่นล้านก็ซื้อเวลาของเมื่อวานไม่ได้  และที่นี่แหละจะสอนให้คุณแบ่งเวลาเป็นและรู้ว่าจะใช้มันยังไงให้คุ้มค่ามากที่สุด  

2. People (รู้จักผู้คน) 
เมื่อขาข้างหนึ่งของคุณก้าวเข้ามาในรั้วของ PIM คุณจะได้พบความหลากหลายทางชีวภาพ...ไม่ใช่ละครับ ฮ่า สังคมที่หลากหลายจะทำให้คุณได้รู้จักผู้คนในแบบที่คุณอาจไม่เคยพบเจอมาก่อน เด็กProgrammer ที่ถูกส่งมาจากดาวอังคารจนไม่สามารถสื่อสารเป็นภาษาคนได้ เด็กวิศวะที่ใส่เสื้อช๊อปหนาๆเดินกันเป็นกลุ่มเห็นแล้วร้อนแทน หรือจะเป็นสายอาร์ตที่ติสแตกซะจนคุณต้องสตั๊น เชื่อเถอะว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการได้พบเจอผู้คน...ฝึกงานนี่แหละ...ของจริง ตอนที่ผมอยู่ทางสถาบันมีนโยบายให้เด็กทุกคนต้องผ่านการฝึกงานที่ 7-11 ถูกครับ ผมไม่ได้เขียนผิด...ที่นี่แหละจะทำให้คุณได้เจอคนมากมาย คุณจะพบความหลากหลายทั้งในเรื่องของสไตล์ บุคลิก ระดับอารมณ์ที่ไม่ซ้ำกัน ระดับความมึนที่บางครั้งทำให้คุณก็มึนไปด้วย ระดับความอัจฉริยะที่คุณจะต้องยกนิ้วให้เขา และระดับของการจัดการเงินที่คุณอยากให้เขามาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้   ถ้าคุณผ่านมันไปได้ นี่หละคอร์สเรียนจิตวิทยาในการที่จะรู้จักและเข้าใจผู้คนที่ดีที่สุด   

3. Emotion (เป็นนายของอารมณ์) 
ต่อจากหัวข้อก่อนหน้านี้...ในงานบริการคุณจะได้ฝึกกับการจัดการอารมณ์ซื่งเป็นบททดสอบที่ท้าทายมากๆ คุณจะเข้าใจความหมายของคำว่า อดทน จริงๆอด...กลั้นในสิ่งยั่วเย้า และแรงบีบคั้น   และทน...กับสิ่งที่ไม่ชอบให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หากผ่านบททดสอบนี้ไปได้ สกิลการจัดการกับอารมณ์ของตัวคุณเองจะเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ...ทีนี้หละ ต่อให้อยู่ในสถานการณ์แบบไหน ก็ยิ้มได้เสมอ  

4. Knowledge (ไม่ใช่แค่มีความรู้) 
นอกจากที่นี่จะสอนให้รู้ในวิชาของวิชาชีพนั้นๆแล้ว สิ่งที่ต่างจากที่อื่นคือสอนให้คุณเข้าใจในความรู้นั้นจริงๆ...มันจะไม่มีค่าอะไรเลยหากคุณรู้แต่นำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงไม่ได้ ซึ่งที่นี่จะฝึกให้คุณเรียนรู้เพื่อนำไปใช้งาน ไม่ใช่เรียนเพื่อนำความรู้ไปสอบแข่งขันและเมื่อมีความรู้แล้วสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การถ่ายทอดในสิ่งที่คุณรู้ คุณจะได้พบกับมหกรรมงานพรีเซนต์ที่เรียกได้ว่านัดกันมาแทบทุกวิชา ได้ออกไปยืนพูดหน้าห้องจนพื้นแทบสึก คุณจะไม่กลัวการพูดต่อหน้าผู้คนอีกต่อไป ในมุมธุรกิจ หากมีคนเก่งสองคนทำงานที่เดียวกัน อีกคนเก่งมากแต่พูดไม่รู้เรื่อง ถ่ายทอดงานไม่ได้ เข้าใจมันอยู่คนเดียว กับอีกคนที่ไม่ต้องถึงขั้นเก่งขั้นเทพ แต่พรีเซนต์ดี พูดเก่ง อธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ ไม่ต้องสงสัยเลยครับว่าใครจะไปได้ไกลกว่ากัน  

5. Experience (มีประสบการณ์) 
มีคนเคยบอกผมว่า คนเก่งเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง แต่คนฉลาดเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น และคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตต่างก็ล้วนเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้ที่เคยสำเร็จในด้านนั้นๆมาแล้วทั้งสิ้น ที่นี่คุณจะมีประสบการณ์ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพประสบการณ์จากการฝึกงานของคุณเองในทุกๆปี เรียกได้ว่าจบไปแล้ว ทำงานเป็นแน่นอน หรือการได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น หากคุณเข้ามาอยู่ที่ PIM คุณจะพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยว่างในที่นี้เลย คือ “ห้องประชุม” หรือ Hall ที่ใช้จัดงาน มีอบรม สัมมนา ทั้งด้านธุรกิจ ภาษา หรือความรู้เฉพาะทางของวิชาชีพนั้นๆ ไปจนถึงการจัดแข่งขันมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ที่ดีให้คุณได้เรียนรู้  

6. Different (แตกต่างอย่างกลมกล่อม) 
คุณจะไม่เหมือนใครถ้าได้มาเรียนที่นี่...สิ่งที่ทำให้คุณแตกต่างอย่างเป็นตัวเองคือการที่คุณได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและมี passion กับมัน ใช่...ถึงแม้ที่นี่จะไม่ค่อยมีเวลาว่างให้คุณเท่าไหร่นัก แต่คุณสามารถเป็นในสิ่งที่คุณต้องการเป็นได้ ผมว่าข้อดีของการเป็น Corporate University คือ โอกาสที่จะมีคนเห็นในสิ่งที่คุณเป็น และได้รับการสนับสนุนจากคนที่คุณไม่รู้จักมาก่อน  

7. Method (วิธีการไม่สำคัญเท่าผลลัพธ์) 
งานท่วมหัวจะทำให้คุณบ้าในช่วงแรก แต่สุดท้ายจะทำให้คุณเก่งในการจัดการมัน เชื่อเถอะครับอะไรที่ไม่ทำให้คุณตายมันจะทำให้คุณโต...ทุกครั้งที่คุณได้รับมอบหมายงานหรือสอบวัดความเข้าใจ ถ้าคุณทำได้ ไม่ว่าจะวิธีการไหน ทำได้คือทำได้ อาจารย์ไม่แคร์ว่านี่มันไม่เหมือนกันกับที่ฉันสอนคุณมานะ...เมื่อคุณหาคำตอบได้ ก็มีคนยินดีที่จะรับฟังคุณ...ผมว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีในด้านการสอนนะครับ การเรียนของเด็กส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้ท่องจำแต่ในตำรา ไม่ได้ถูกฝึกฝนให้ใช้ความคิดของตัวเองในการจัดการกับปัญหา จึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้เมื่อเจอสิ่งแปลกใหม่หรือผิดเพี้ยนไปจากสิ่งที่เคยเรียนมา   

8. Creative (สร้างสรรค์เท่านั้นที่ครองโลก) 
ความคิดสร้างสรรค์เท่านั้นที่ครองโลก ใช่ครับ ไม่ว่าจะทำอะไร หากคุณใส่ความสร้างสรรค์เข้าไปสิ่งที่คุณทำจะโดดเด่นกว่างานคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด...อยากทำอะไร คุณเสนอมาเลย ที่นี่มีอาจารย์เทพๆรอให้คุณมาปรึกษา อยากจะทำธุรกิจ เราก็มีอาจารย์ที่จะช่วยคุณ เค้นคุณให้เอาความคิดสร้างสรรค์ของคุณออกมาให้มากที่สุด ถ้าตอบคำถามเหล่านั้นของปรมาจารย์ได้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ไอเดียของคุณเจ๋งพอตัวเลยหละ ผมถูกสอนมาเสมอว่าความคิดสร้างสรรค์นี่แหละ คือจุดเริ่มต้นของธุรกิจ ธุรกิจไม่ได้เริ่มด้วยเงิน แต่เริ่มด้วยไอเดียที่น่าลงทุนต่างหาก   

9. Work (ทำงานให้เป็น) 
ทำงานเก่งกับทำงานเป็นไม่เหมือนกันนะครับ ทำงานเก่งคือทำงานที่ได้รับมอบหมายออกมาได้ดี มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นจึงได้ผลออกมามีประสิทธิภาพ แต่การทำงานเป็นคือการเลือกคนทำงานเก่งมาทำงานให้เรา นี่แหละทำงานเป็น คุณจะถูกซึมซับโดยไม่รู้ตัวจากการฝึกงานในแต่ละชั้นปี คุณจะเข้าใจในภาพรวมของงาน เพราะคุณเคยอยู่กับมันมาหมดแล้วไงครับ คุณจะรู้ว่าถ้าต้องการผลลัพธ์แบบนี้ใครเก่งและสามารถทำให้คุณได้ และสิ่งที่จะทำให้คุณสามารถจูงใจให้ใครสักคนทำงานให้คุณได้สิ่งที่คุณต้องมีคือ ความเป็นผู้นำ สี่ปีในรั้ว PIM จะหลอมคุณให้เป็นผู้นำที่ดี   

10. Life (ออกแบบชีวิตตัวเองให้ได้) 
ชีวิตที่ดีคือชีวิตที่สมดุล ใช้ชีวิตให้สมดุลกับการทำงาน ทำงานให้สมดุลกับการพักผ่อน และพักผ่อนให้สมดุลกับการใช้ชีวิต คุณไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกลหรอกครับ 9ข้อคิดที่ได้ก่อนหน้านี้ก็เพียงพอที่จะมีชีวิตที่ดีได้ในแบบของคุณเอง  

Cr.https://www.facebook.com/wongsaton



โดย EZ0046656
วันที่ 16 มี.ค. 59 17:54 น.
กระทู้นี้เปิดอ่านแล้ว 656 ครั้ง

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 656 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่