ตั้งกระทู้ใหม่

ประวัติมหาวิทยาลัยทักษิณ


ลบ แก้ไข

เริ่มต้นจากวิทยาลัยวิชาการศึกษา ด้วยศรัทธาสร้าง“ ปราชญ์ผู้ทรงศีล”

เมื่อ พ.ศ. 2492 กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้ง “ โรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูง ถนนประสานมิตร” ขึ้นที่ถนนประสานมิตร อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร โรงเรียนฝึกหัดครู แห่งนี้ได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ก็ได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา(College of Education) เมื่อ พ.ศ. 2497 และได้เริ่มเปิดหลักสูตรปริญญาการศึกษาบัณฑิต โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะส่งเสริมวิชาชีพและวิทยฐานะของครู อาจารย์รวมไปถึงเจ้าหน้าที่บริหารการศึกษา

วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้พัฒนาและเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ พร้อมกับการขยายการจัดการศึกษาไปยังภูมิภาคต่างๆ เพื่อกระจายโอกาสในการเข้าศึกษาต่อสถาบันอุดมศึกษาของนักเรียนส่วนภูมิภาค และเพื่อเป็นการสกัดไม่ให้เกิดการเลื่อนไหลของนักเรียนเข้าสู่ ส่วนกลางมากนัก จึงได้ขยายวิทยาเขตเพิ่มขึ้นรวม 8 วิทยาเขต ประกอบด้วย วิทยาเขตปทุมวัน (ปีพุทธศักราช 2498) วิทยาเขตบางแสน จังหวัดชลบุรี (ปีพุทธศักราช 2498) วิทยาเขตพิษณุโลก (ปีพุทธศักราช 2510) วิทยาเขตมหาสารคาม (ปีพุทธศักราช 2511) วิทยาเขตสงขลา (ปีพุทธศักราช 2511) วิทยาเขตพระนคร (ปีพุทธศักราช 2512) และวิทยาเขตพลศึกษา (ปีพุทธศักราช 2513) โดยมีวิทยาเขตประสานมิตรเป็นศูนย์กลางการบริหาร

1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 “วิทยาลัยวิชาการศึกษา สงขลา” เริ่มต้นการเรียนการสอนที่ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา ตามมติสภาวิทยาลัยวิชาการศึกษา ในการขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาไปยังพื้นที่ภาคใต้ ในระยะแรกเปิดสอนเฉพาะหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต 2 ปี โดยคัดเลือกนักศึกษาที่เรียนดีจากวิทยาลัยครู ทั่วประเทศเข้าเรียนชั้นปี ที่ 3 ในวิชาเอกภาษาไทย ภาษาอังกฤษ เคมี และสังคมศึกษา ลักษณะเช่นนี้ได้ดำเนินการต่อเนื่องกันมาเป็นเวลาหลายปี จึงสามารถขยายเปิดรับนิสิตวิชาเอกอื่นๆ ในหลักสูตร เดียวกันได้เพิ่มมากขึ้น นับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนามาเป็นมหาวิทยาลัยทักษิณในปัจจุบัน ดังนั้นวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2511 จึงถือเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยทักษิณ

ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยลือระบิล นาม“ศรีนครินทรวิโรฒ”อุโฆษไกล

29 มิถุนายน พ.ศ. 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัย สังกัดทบวงมหาวิทยาลัย ได้รับพระราชทานนามว่า “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ” ซึ่งมีความหมายว่า “มหาวิทยาลัยที่เจริญเป็นศรี สง่าแก่มหานคร” ตรามหาวิทยาลัยเป็นเส้นกราฟของสมการ Y = ex ซึ่งหมายถึงการเพิ่มหรือการงอกงาม ตรงกับปรัชญาของมหาวิทยาลัยว่า “การศึกษา คือ การงอกงาม” (สิ กฺขา วรุ ฬฺหิ สมฺ ปตฺ ตา) สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเทา-แดง สีเทาเป็นสีของสมอง หมายถึง ความคิด สีแดงเป็นสีของเลือด หมายถึง ความกล้าหาญ เทา-แดง จึงแปลว่า คิดอย่างกล้าหาญ หรือกล้าที่จะคิด

ในระยะแรกมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา ได้เริ่มเปิดสอนหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต 4 ปี สังกัดคณะศึกษาศาสตร์ ต่อมาปีการศึกษา 2519 ได้ขยายงานโดยเริ่มหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต วิชาเอกภาษาและวรรณคดีไทย และปีการศึกษา 2520 เปิดวิชาเอกภาษาและวรรณคดีอังกฤษ พร้อมทั้งเปิดคณะใหม่อีก 2 คณะ คือ คณะมนุษยศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ โดยเปิดสอนหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต วิชาเอกประวัติศาสตร์ และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต วิชาเอกคณิตศาสตร์ และวิชาเอกชีววิทยา

ปีการศึกษา 2523 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา ได้มีจัดการเรียนการสอนใน ระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต วิชาเอกการอุดมศึกษา หลักจากนั้น 2 ปี ได้ขยายหลักสูตรการศึกษามหาบัณฑิต วิชาเอกการบริหารการศึกษาและภาษาไทย ในปี ต่อๆ มามหาวิทยาลัยได้ขยายหลักสูตรต่างๆ ทั้งในระดับปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษาเพิ่มขึ้นอีกหลายสาขาวิชา นับเป็นความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ด้วยมหาวิทยาลัยตระหนักในหน้าที่และภาระงานด้านการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดคล้องกับการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ

ขยายงานจากสงขลาสู่พัทลุง หมายมุ่งสร้างชีวิตบัณฑิตใหม่

ในระหว่างปีพุทธศักราช 2532 – 2533 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตสงขลา ได้เริ่มวางแผนขยายงานไปยังพื้นที่จังหวัดพัทลุง เนื่องด้วยพื้นที่เดิม ณ ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง สงขลา มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ไม่เพียงพอต่อการรองรับการจัดตั้งคณะใหม่ๆ และการขยายงานในอนาคต โดยคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 ได้มีมติอนุมัติในหลักการให้มหาวิทยาลัยขยายงานไปยังพื้นที่จังหวัดพัทลุง และให้บรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2535 - 2539)

ต่อมาในการประชุมสภามหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2535 มหาวิทยาลัยได้รับการกำหนดชื่อใหม่เป็น “มหาวิทยาลัยศรีนครินวิโรฒ ภาคใต้” เนื่องจากเขตปฏิบัติงานมีพื้นที่ทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดพัทลุงและโดยคำนึงภารกิจของมหาวิทยาลัยอันเกี่ยวเนื่องกับภาคใต้เป็นส่วนรวมไม่เฉพาะแต่จังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง

เป็นมหาวิทยาลัยทักษิณคู่ถิ่นไทย ยึดมั่นในจริยธรรมนำพัฒนา

มหาวิทยาลัยได้ขยายงานอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานและการบริหารงานมีความคล่องตัวมากขึ้น จึงได้มีการทำแผนเพื่อยกฐานะมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ภาคใต้ เป็นมหาวิทยาลัยเอกเทศ ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยทักษิณ” เป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นกรม ในทบวงมหาวิทยาลัย พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทักษิณได้ผ่านกระบวนการด้านนิติบัญญัติครบทุกขั้นตอน และได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2539 มีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539

มหาวิทยาลัยทักษิณได้พัฒนาเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ ในปีการศึกษา 2547 เริ่มเปิดการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยที่ตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง และสภามหาวิทยาลัยทักษิณ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ได้มีมติให้มหาวิทยาลัยทักษิณมีการบริหารงานแบบ 2 วิทยาเขต ประกอบด้วย วิทยาเขตสงขลา (พื้นที่บ้านอ่าวทราย ตำบลเกาะยอ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันทักษิณคดีศึกษา และตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมืองสงขลา) และวิทยาเขตพัทลุง (พื้นที่ตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน และตำบลบ้านพร้าว อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง) และนับตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 จวบจนปัจจุบัน มหาวิทยาลัยทักษิณได้พัฒนาไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ แต่อยู่ในกำกับของรัฐ ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นอิสระและมีความคล่องตัว สามารถจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยทักษิณ พ.ศ. 2551 และภายใต้ปรัชญาของมหาวิทยาลัย “ปัญญา จริยธรรม นำการพัฒนา”



โดย P'Hand Eduzones
วันที่ 10 มิ.ย. 58 12:07 น.
กระทู้นี้เปิดอ่านแล้ว 391 ครั้ง

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 391 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)