ตั้งกระทู้ใหม่

ม.ร.ร่วมมือภาครัฐ กระตุ้นผู้ประกอบการหอพัก ป้องกันอัคคีภัยอย่างมีสติ


ลบ แก้ไข



                       คณะกรรมการดำเนินงานโครงการชี้นำ ป้องกันและแก้ไขปัญหาของสังคม ร่วมกับคณะกรรมการภาคประชาชน มหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดโครงการส่งเสริมการบริหารจัดการหอพัก กิจกรรมที่ 2 การอบรมเรื่อง “การป้องกันอัคคีภัยในหอพัก” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธานเปิดงาน และมีนายกิตติศักดิ์  พงศ์กมลรัตน์ เจ้าพนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณภัยชำนาญการ สถานีดับเพลิงหัวหมาก บรรยาย “การเฝ้าระวังภัยและการป้องกันอัคคีภัยในหอพัก”ให้แก่ผู้ประกอบการหอพัก บริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก และวิทยาเขตบางนา เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2561 ณ ห้อง 322 ชั้น 3 อาคารสุโขทัย

                        ผศ.วุฒิศักดิ์ อธิการบดี ม.ร. กล่าวว่า ม.ร.เป็นสถาบันที่ตระหนักถึงปัญหาต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในหอพัก ใส่ใจสุขลักษณะของหอพัก ร่วมมือขจัดปัญหายาเสพติด การดื่มสุรา และการทะเลาะวิวาทในหอพัก โดยเฉพาะเรื่องอัคคีภัย ซึ่งเป็นภัยที่เกิดขึ้นแล้วควบคุมยาก และเป็นห่วงลูกหลานที่พักอาศัยในหอพัก ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เช่น เหตุการณ์ไฟไหม้หอพักสถานสงเคราะห์ จังหวัดเชียงราย เป็นสถานที่ที่มีระบบการป้องกันภัยที่เข้มแข็ง แต่ขาดการควบคุมดูแลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ทำให้เกิดความสูญเสียกับเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครอง สร้างความเศร้าสลดแก่ผู้อยู่ในเหตุการณ์และทราบข่าวนั้น

                        อธิการบดี ม.ร. กล่าวต่อไปว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ตรวจสอบอุปกรณ์ดับเพลิงเป็นประจำทุกปีให้พร้อมกับทุกสถานการณ์ แต่บางครั้งก็ยังพบเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกท่านต้องช่วยกันป้องกัน ใส่ใจไม่ให้เกิดเหตุ เชื่อว่าประสบการณ์ที่วิทยากรจะมาถ่ายทอดให้ผู้ประกอบการ ชุมชน และนักศึกษาในวันนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับตนเอง เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงจะได้แก้ไขปัญหาได้ทันเวลา

                        “ขอฝากให้ผู้ประกอบการช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลหอพัก ไม่ให้มีคนแปลกหน้าที่ไม่ได้พักอาศัยมาเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาตและมาก่อเหตุการณ์โดยที่ไม่ได้คาดคิด ดังนั้น ขอขอบคุณวิทยากรที่มาให้ความรู้ และคณะกรรมการฯทุกท่าน หากมีสิ่งใดให้มหาวิทยาลัยช่วยดูแลในเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่สังคมก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือในทุกเรื่องด้วย”

                        ด้าน นายกิตติศักดิ์ พงศ์กมลรัตน์ เจ้าพนักงานป้องกันบรรเทาสาธารณะภัยชำนาญการ กล่าวว่า สถานีดับเพลิงหัวหมากดูแลพื้นที่ 5 เขต คือ เขตบางกะปิ วังทองหลาง สวนหลวง สะพานสูง และประเวศ หากต้องการแจ้งเหตุเกี่ยวกับการบรรเทาสาธารณภัย ให้แจ้งที่หมายเลข 199 เท่านั้น เพราะเหตุอัคคีภัย ถ้าไม่มีความชำนาญอย่าเดาว่าเหตุเกิดเพราะอะไร

                        ขอยกตัวอย่าง “เหตุเพลิงไหม้ราชเทวีอพาร์ทเมนท์” สาเหตุมาจากอาคารไม่มีสัญญาณเตือนภัย และไม่มีอุปกรณ์เตือนไฟไหม้ เมื่อเกิดเหตุผู้พักอาศัยใช้การตะโกนบอกต่อกันเอง ทำให้รู้ตัวช้า แม้ว่าไฟจะลุกไหม้ไม่มาก แต่คนเสียชีวิตส่วนมากเพราะกลุ่มควัน จากเหตุนี้ทำให้เห็นว่า เมื่อเกิดเหตุต้องตั้งสติให้มั่น หากอยู่ในห้องพักให้ป้องกันควันไฟด้วยการนำผ้าชุบน้ำ อุดช่องว่างใต้ประตูไม่ให้ควันไฟเข้า แล้วออกมาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่ระเบียง และรับออกซิเจนที่มีมากกว่าในห้องทำให้มีโอกาสรอดสูง

                        “ผู้ประกอบการและผู้พักอาศัยต้องเตรียมพร้อมในการเกิดเหตุ เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุ แม้ว่าจะเป็นอาคารเก่าที่สร้างก่อนปี 2535 ก็ต้องมีการควบคุมดูแล มีการฝึกซ้อมหนีไฟ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นอาคารสูงหรือไม่ก็ตาม แต่ขึ้นอยู่กับว่ามีผู้พักอาศัยมากหรือน้อยเพียงใด อีกทั้ง อาคารที่สร้างถูกต้องตามกฎหมายจะต้องป้องกันการลุกลามของไฟ จากชั้นหนึ่งไปยังอีกชั้นหนึ่ง เพราะกลุ่มควันจะลอยจากล่างขึ้นไปข้างบนเสมอ และเป็นเหตุทำให้คนสำลักควันเสียชีวิต”

                        นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่หอพักต้องมีคือ ไฟฉุกเฉิน บันไดหนีไฟ และอุปกรณ์ดับเพลิง ผู้ประกอบการหอพัก ต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน มีการใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าให้รองรับกับการใช้ ผู้พักใช้ไฟฟ้ามากขึ้นทั้งเปิดแอร์และพัดลม ซึ่งอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้มากที่สุด คือ พัดลม เมื่อใช้งานเป็นเวลานานจะเกิดความร้อน ลัดวงจรและไฟลุกไหม้ ปลั๊กพ่วง ต้องเลือกซื้อที่มีคุณภาพและได้รับรองมาตรฐานจาก มอก.และควรเปลี่ยนปลั๊กเมื่อเสื่อมสภาพ เครื่องปรับอากาศ ควรตรวจสอบมอเตอร์และล้างแอร์เป็นประจำ และตู้เย็น ควรเสียบปลั๊กเข้ากับสายเมนหลัก และไม่ควรพ่วงกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น

    

                        นอกจากนี้ พนักงานดับเพลิง ยังแนะด้วยว่า เมื่อเกิดเพลิงไหม้ควรตั้งสติ ควรรู้ว่าต้นเหตุมาจากอะไร กรณีถังดับเพลิงควรใช้เมื่อเห็นเปลวไฟ ถ้าฉีดมากไปจะเสียหายมากกว่าเหตุเพลิงไหม้  และยังทำให้แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์เสียหายโดยใช่เหตุ กรณีที่ไม่เห็นเปลวไฟ แต่สังเกตุเห็นกลุ่มควันให้สันนิษฐานว่า เป็นการลัดวงจรของสายไฟ ซึ่งจะสะสมกลุ่มควันไว้ก่อน ให้ปิดคัทเอาท์สวิตซ์ไฟในอาคารนั้นทันที พร้อมทั้งเปิดประตูหน้าต่างเพื่อระบายควันให้ออกไปนอกอาคาร ถ้ากลุ่มควันยังไม่หายให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

                        ทั้งนี้ เวลาแจ้งเหตุหน่วยดับเพลิง ให้แจ้งที่หมายเลข 199 ระบุสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน ว่าอยู่ซอยไหน ย่านไหน และตัวอาคาร ถ้าอาคารสูงตั้งแต่ 5 ชั้นขึ้นไป ให้ระบุว่าเป็นอาคารสูง รวมถึงแจ้งพื้นที่การเข้าถึงของรถดับเพลิงว่า สามารถเข้าถึงตัวอาคารได้สะดวกมากน้อยเพียงใด  อีกทั้ง กรณีถ้ามีคนติดอยู่ในอาคาร ต้องเคลื่อนย้ายออกจากที่เกิดเหตุทันที และหลีกเส้นทางให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ด้วย  



โดย NEWs_RU
วันที่ 29 เม.ย. 61 12:47 น.
กระทู้นี้เปิดอ่านแล้ว 195 ครั้ง

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 195 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่



กระทู้แนะนำ