ตั้งกระทู้ใหม่

5 วิธีง่ายๆ ทำอาหารอย่างไร...ให้ได้สุขภาพดี


ลบ แก้ไข



/data/content/25856/cms/e_aelnqsuv2578.jpg
 

  เราทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า "สุขภาพดี" เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญในชีวิตของเรา บางครั้งเราจะคิดว่าสิ่งที่เราทำนั้นเพื่อสุขภาพที่ดี อย่างเช่นการทำอาหารเพื่อสุขภาพ แต่จริงๆ แล้วเราก็มีการเพิ่มส่วนผสมที่ไม่จำเป็นลงไปในอาหารด้วยอย่างไม่รู้ตัว ไทยรัฐออนไลน์ จึงนำเคล็ดลับและเทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณปรุงอาหารที่ดีต่อสุขภาพมาบอกต่อกัน...

      1.ใช้อะโวคาโดแทนมายองเนส

       คุณรู้ไหมมายองเนส 1 ช้อนโต๊ะ 9 กรัม มีปริมาณ 100 แคลอรี่ หากคุณกำลังจะทำสลัดไข่สลัดปลาทูน่าหรือสลัดไก่ ลองเปลียนมาใช้อะโวคาโดทำเป็นน้ำสลัดมาแทนมายองเนส ถึงแม้ว่าอะโวคาโดจะยังมีไขมันแต่ก็มีคุณประโยชน์มากกว่ามายองเนสอย่างแน่นอน แต่ถ้าไม่มีอะโวคาโดคุณสามารถนำกรีกโยเกิร์ตเข้าไปในสลัดของคุณ กรีกโยเกิร์ตอุดมไปด้วยโปรตีนซึ่งจะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย

      2. ใช้น้ำมันมะกอกแทนน้ำมันพืช

      ถ้าคุณใช้น้ำมันพืช เช่น น้ำมันคาโนลา น้ำมันข้าวโพด และน้ำมันถั่วเหลือง นำมาปรุงอาหาร ซึ่งไม่ค่อยเป็นผลดีแต่สุขภาพของคุณเอง ลองเลือกใช้น้ำมันมะกอกมาปรุงอาหารแทน นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวมาปรุงอาหารเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีมากขึ้น

     3.ใช้เครื่องเทศแทนเกลือ

     คุณมักจะชอบโรยเกลือกับอาหารเพื่อที่จะทำให้รสชาติของอาหารดีมากขึ้น โดยที่คุณไม่ทราบว่าเกลืออาจเพิ่มไขมันที่ไม่จำเป็นได้ หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดเพื่อให้มีคุณมีสุขภาพดีที่ดีกับมื้ออาหารของคุณคือการใช้เครื่องเทศแทนเกลือ

     4.ใส่น้ำตาลให้น้อย

     ถ้าคุณขาดหวานไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ลองพยายามที่จะกินน้ำตาลให้น้อยลงกว่าเดิม น้ำตาลเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพมากที่สุด มันสามารถนำไปสู่​​โรคเบาหวาน โรคกระดูกพรุน ทั้งยังทำให้ระบบภูมิคุ้มน้อยลง และยังทำให้เกิดความเสียหายกับไต แก่เร็วและอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นคุณลองหันมาใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาลเพื่อที่จะให้สุขภาพของคุณดีขึ้น

     5.เพิ่มผักให้มากขึ้นในอาหาร

     เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าผักอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นและมีผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของคุณ ดังนั้นคุณลองเพิ่มผักมากขึ้นในอาหารของคุณ มันไม่ได้เป็นเรื่องยากที่จะเพิ่มผักชนิดหนึ่ง การเพิ่มผักเล็กน้อยไม่เคยทำร้ายใครมีแต่จะทำให้สุขภาพคุณดีวันดีคืน

 

ที่มา : 

ที่มา : เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ และ http://www.thaihealth.or.th

       ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต



โดย ยิ้มแย้ม
วันที่ 14 ธ.ค. 58 22:42 น.
กระทู้นี้เปิดอ่านแล้ว 1,217 ครั้ง

ความคิดเห็นทั้งหมด (เปิดดู 1,217 ครั้ง ตอบ 0 ครั้ง)

แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่



กระทู้แนะนำ